วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

HP PINTER k209a ALL IN ONE

HP Multifunction Inkjet
K209a Deskjet Ink Advantage All-in-One Printer


ความละเอียดการพิมพ์ 4800 x 1200 dpi
ความละเอียดการสแกน 600 x 1200 dpi
ความเร็วในการพิมพ์ขาวดำ 29 หน้าต่อนาที
ความเร็วในการพิมพ์สี 23 หน้าต่อนาที

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2554

Internet Explorer 6


Internet Explorer 6 (abbreviated as IE6) is the sixth major revision of Internet Explorer, a web browser developed by Microsoft for Windows operating systems. It was released on August 27, 2001, shortly after the completion of Windows XP.
It is the default browser shipped with Windows XP and Windows Server 2003, and was also made available for Windows NT 4.0, Windows 98, Windows 98 SE, Windows Me, and Windows 2000. IE6 SP1 is the last version of Internet Explorer available for Windows NT 4.0, Windows 98, Windows 98 SE, Windows Me, and Windows 2000. Although IE6 has now been superseded by newer versions of Internet Explorer, Microsoft still supports it in Windows XP SP3.
This version of Internet Explorer is widely criticized for its security issues and lack of support for modern web standards, making frequent appearances in "worst tech products of all time" lists, with some publications labeling it as the "least secure software on the planet." Because a substantial percentage of the web audience still uses the outdated browser, campaigns have been established to encourage users to upgrade to newer versions of Internet Explorer or switch to different browsers. Some websites have dropped support for IE6 entirely, most notable of which is Google dropping support in some of its services.
Over ten years after its release, it continues to receive patches for security vulnerabilities.

Overview

When Internet Explorer 6 was released, it included a number of enhancements over its predecessor, Internet Explorer 5.5. It and its layout engine Tridentare required for many programs including Microsoft Encarta. IE6 improved support for Cascading Style Sheets, adding support for a number of properties which previously had not been implemented and fixing bugs such as the Internet Explorer box model bug. In Windows XP, IE6 introduced a redesigned interface based on the operating system's default theme, Luna.
In addition, IE6 added DHTML enhancements, content restricted inline frames, and partial support of DOM level 1 and SMIL 2.0. The MSXML engine was also updated to version 3.0. Other new features included a new version of the Internet Explorer Administration Kit (IEAK) which introduced IExpress, a utility to create self-extracting INF-based installation packages., Media bar, Windows Messenger integration, fault collection, automatic image resizing, and P3P. Meanwhile, IE6 dropped support for XBM image files, and in 2002, the Gopher protocol was disabled.
IE6 was the most widely used web browser during its tenure, surpassing Internet Explorer 5.x. At its peak in 2002 and 2003, IE6 attained a total market share of nearly 90%, with all versions of IE combined reaching 95%. There was little change in IE's market share for several years, until Mozilla Firefox was released and gradually began to gain popularity. Microsoft subsequently resumed development of Internet Explorer and released Internet Explorer 7, further reducing the number of IE6 users.
In a May 7, 2003 Microsoft online chat, Brian Countryman, Internet Explorer Program Manager, declared that Internet Explorer would cease to be distributed separately from Windows (IE 6 would be the last standalone version); it would, however, be continued as a part of the evolution of Windows, with updates coming only bundled in Windows upgrades. Thus, Internet Explorer and Windows itself would be kept more in sync. However, after one release in this fashion (IE6 SP2 in Windows XP SP2, in August 2004), Microsoft changed its plan and released Internet Explorer 7 for Windows XP SP2and Windows Server 2003 SP1 in late 2006. Microsoft Internet Explorer 6 was the last version of Internet Explorer to have "Microsoft" in the title: later versions changed branding to "Windows Internet Explorer", as a reaction to the findings of anti-competitive tying of Internet Explorer and Windows raised in United States v. Microsoft and the European Union Microsoft competition case.
In March 2011, Microsoft urged web users to stop using IE6 in favor of newer versions of Internet Explorer

Release history

Major versionMinor versionRelease dateSignificant changesShipped with
Version 66.0 Beta 1March 22, 2001More CSS changes and bug fixes to be more W3C-compliant.
6.0August 27, 2001Final release. Removed the smart tag feature, which was introduced in the beta. Support ended on September 30, 2004.Windows XP
6.0 SP1September 9, 2002Vulnerability patch. Last version supported on Windows NT 4.0 SP6a, 98, 2000 or Me. Support ended on October 10, 2006.Windows XP SP1 and Windows Server 2003
6.0 SP2August 25, 2004Vulnerability patch. Popup/ActiveX blocker. Add-on manager. Support ended on July 13, 2010.Windows XP SP2 and Windows Server 2003 SP1
6.0 SP3April 21, 2008Latest updates included with XP SP3. Supported until April 8, 2014.Windows XP SP3


ทงอี-จอมนางคู่บัลลังก์ นักแสดง






ทงอี-จอมนางคู่บัลลังก์ เรื่องย่อ60ตอน

ตอนที่ 1
เช้าตรู่ในปี 1680 มีขุนนางใหญ่ถูกสังหาร เด็กน้อยทงอีที่ถูกจัดว่าเป็นสังคมชนชั้นล่างได้บังเอิญไปพบกับการตายของขุนนางใหญ่เข้า หลังจากมีการชันสูตรศพ ทางกองมือปราบเข้าใจว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคองเก องค์กรของชนชั้นล่างที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้รับความยุติธรรม แต่ความเป็นจริงแล้วคดีนี้กลับเป็นฝีมือของหัวหน้ากลุ่มขุนนางฝ่ายใต้แทซุก ที่ต้องการจะป้ายสีไปให้..

ตอนที่ 2
เชยอวอนเรียกประชุมดวนกลุ่มคอมเก เพื่อจะตามหาฆาตกร และได้ส่งลูกสาวทงอีไปหลบซ่อนตัวไว้ แต่ทงอีกลับแอบหนีไปกล่าวคำอวยพรที่บ้านของตัวบงการแทซุก ทำให้แทซุกส่งคนมาจับทงอี พร้อมส่งคนวางแผนฆ่ารองประธานสภาแล้วยัดข้อให้ให้กลุ่มคอมเก จนกระทั่งจับตัวเชยอวอนกับเชทงจูได้

ตอนที่ 3
ทงจูได้ฝากฝังทงอีไว้ให้ชอนซูช่วยดูแล ขณะที่กลุ่มคองเกวางแผนจะปล้นนักโทษ หลังจากเกิดการปะทะ สมาชิกคอมเกถูกสังหารไปเป็นจำนวนมาก ในศึกครั้งนี้ทงจูถูกธนูยิน เชยอวอนก็ถูกแทง ด้านแทซุกได้เชิญคิมฮวันมาตรวจดวงชะตาของอ๊กจอง และได้ทำนายว่านางจะมีวาสนาอันยิ่งใหญ่

ตอนที่ 4
นางโลมซอลฮีได้ทำตามคำขอร้องของทงอี ที่จะเข้าไปอยู่ในวัง เพื่อหลบหนีจากการตามล่าของมือปราบและตามหาความจริงในคดี ซอลฮีจึงขอให้ผู้คุมกองดนตรีจูซิก ช่วยรับทงอีเข้าไปในกองดนตรีในวัง

ตอนที่ 5
จางอิ๊กจองกำลังพบเจอกับกับดักที่พระพันปีวางไว้ ทำให้แทซุกผู้ที่คอยปกป้องนางรู้สึกถึงอันตรายที่มาคุกคาม ขณะที่ทงอีต้องการที่จะล้างมลทินให้กับพ่อจึงพยายามตามหาคนที่มีป้ายพกรูปผีเสื้อ แต่กลับถูกคนจับกุมตัวไปแทน

ตอนที่ 6
ทงอีที่ถูกจับไป ทำให้ไปพบศพคนทำเครื่องดนตรีที่เสียชีวิต ขณะที่หนีออกมาแจ้งมือปราบ ศพกลับถูกย้ายไปเรียบร้อยแล้ว ขณะที่กำลังพยายามตามสืบเรื่องนี้โดยลำพัง ก็บังเอิญได้ไปพบกับพระเจ้าซุกจงที่ปลอมตัวออกมาประพาส

ตอนที่ 7
เมื่อทงอีกับพระเจ้าซุกจงรอดพ้นอันตรายมาได้ ทำให้พระพันปีเกิดความวิตกกังวล เมื่อคดีดนตรีวิบัติคลี่คลาย พระเจ้าซุกจงจึงได้พระราชทานอาหารและของกำนัลให้ทงอี ขณะที่จางซังกุงที่ทงอีต้องการพบนั้น จู่ๆก็เรียกทงอีเข้าไปพบโดยไม่คาดฝัน

ตอนที่ 8
ทงอีของดูป้ายพกติดตัวของจางซังกุง ในขณะที่ในวังมีการประกาศลดขั้นขุนนางฝ่ายตะวันตก แล้วก็เลื่อนขั้นให้กับขุนนางฝ่ายใต้ แต่ไม่นานก็พบว่ามีคนวางยาพิษในโอสถของพระมเหสี ทำให้กลุ่มฝ่ายใต้ติดกับดักอีกครั้ง

ตอนที่ 9
หมอที่แม่ของจางซังกุงไปซื้อยาถูกคนฆ่าตาย ทงอีถูกจับไปสอบสวนที่กองปราบ ในขณะนั้นทำให้ได้พบกับซอโยงกี ขณะที่กลุ่มของพระพันปีเมื่อทราบว่าจางซังกุงทำผิดกฎแอบเอายา จากภายนอกเข้าวังจึงตัดสินใจส่งหนังสือไปที่กองปราบเพื่อให้เอาผิดกับจางซังกุง

ตอนที่ 10
จางซังกุงมาช่วยทงอีไว้ก่อนที่จะถูกลงทัณฑ์ทรมาน ขณะที่พระเจ้าซุกจงก็มีรับสั่งให้ซอโยงกีแอบสืบคดีนี้ไปด้วย ขณะที่จางซังกุงถูกให้ร้ายจนดูเหมือนจะไม่รอด โฮแทซุกจึงตัดสินใจที่จะให้ทงอีมาเป็นแพะรับบาปในคดีนี้แทน

ตอนที่ 11
จางซังกุงมาช่วยทงอีไว้ก่อนที่จะถูกลงทัณฑ์ทรมาน ขณะที่พระเจ้าซุกจงก็มีรับสั่งให้ซอโยงกีแอบสืบคดีนี้ไปด้วย ขณะที่จางซังกุงถูกให้ร้ายจนดูเหมือนจะไม่รอด โฮแทซุกจึงตัดสินใจที่จะให้ทงอีมาเป็นแพะรับบาปในคดีนี้แทน

ตอนที่ 12
เนื่องจากทงอีมีชาติกำเนิดเป็นชนชั้นต่ำ ทำให้ถูกนางในฝ่ายตรวจการกีดกัน และได้วางแผนเพื่อที่จะขับไล่ทงอีกออกไป ส่วนจางฮีเจ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองปราบขวา

ตอนที่ 13
ทงอีถูกดึงเข้าสู่การทดสอบของฝ่ายตรวจการ ซึ่งหากสอบไม่ผ่านจะต้องถูกคัดออก ด้วยความช่วยเหลือจากพระมเหสี ทงอีที่สอบตกจึงได้โอกาสให้เตรียมตัวสามวัน ขณะที่จูซิกกับยูนดัลสงสัยในตัวชอนซู จึงแอบไปค้นห่อสัมภาระแล้วเจอผ้าโพกหัวที่มีสัญลักษณ์สำคัญอยู่ และเอาไปปรึกษากับทงอี

ตอนที่ 14
ในที่สุดชอนซูก็ได้มาพบกับทงอี ขณะเดียวกัน ก็มีทูตจากต้าชิงมาเยืน คนของทางกองปราบทราบมาว่า หนึ่งในขันทีที่ติดตามมามียูนดัลที่เป็นพ่อค้าตลาดมืด ซึ่งทงอีได้ไปเจอเงื่อนงำสำคัญ แต่สุดท้ายทูตต้าชิงรู้เรื่องการแอบสืบเข้า การสืบของฝ่ายตรวจการจึงต้องจบลง แต่ทงอียังไม่หมดความพยายามที่จะกลับเข้าไปสืบต่ออีกครั้ง

ตอนที่ 15
ทงอีรู้ฐานะที่แท้จริงของพระราชา ก็รู้สึกหวาดกลัวว่าจะถูกลงโทษ ขณะเดียวกันซอโยงกีก็สามารถนำรหัสลับที่ทงอีหามา ไปจับกุมของกลางได้ แต่กลับกลายเป็นว่าขุนนางของต้าชิงกลับฆ่าตัวตาย ทำให้ทูตต้าชิงร้องของให้โชซอนมอบตัวทงอีไปให้ สุดท้ายทงอีจึงตัดสินใจไปมอบตัวที่เรือนรับรองของคณะทูตด้วยตัวเอง

ตอนที่ 16
ทงอีไปพบกับคณะทูตต้าชิง เพื่อขอเวลาพิสูจน์ความจริงว่าทั้งหมดเป็นแผนของคิมยูนดัล ภายหลังชอนซูได้ช่วยให้ คิมยูนดัลถูกกองปราบจับตัว ทำให้ทงอีรอดจากคดีนี้ไปได้

ตอนที่ 17
พระเจ้าซุกจงแต่งตั้งจางซังกุงเป็นพระมเหสีขั้นที่สี่ และเลื่อนเป็นพระสนมเอกหลังจากที่ได้คลอดพระโอรสออกมา ในขณะที่พระพันปีกำลังคัดค้านเรื่องการตั้งรัชทายาท จู่ๆอาการประชวรก็ทรุดหนัก พระมเหสีอินฮอนสงสัยในเรื่องนี้ จึงให้ฝ่ายตรวจการคอยสืบว่าพระโอสถมีปัญหาหรือไม่

ตอนที่ 18
ทงอีตามสืบรู้ว่าหมอหลวงฮอเป็นคนใส่ยาที่มีฤทธิ์ข่มจนเป็นพิษในพระโอสถของพระพันปี และรู้ว่าเบื้องหลังนี้เกี่ยวข้องกับตำหนักชีซอน พระสนมฮีบิน (อ๊กจอง) เรียกทงอีไปคุยเพื่อให้หยุดสืบสาวเรื่องนี้ต่อ แต่ทงอีกลับปฏิเสธไป

ตอนที่ 19
หมอหลวงฮอที่ถูกจับมากลับใส่ร้ายพระมเหสีอินฮอนว่าเป็นผู้วางแผนปลงพระชนม์พระพันปี พระมเหสีได้ขอให้พระสนม ฮีบินหยุดแผนการทั้งหมด แต่ก็ถูกปฏิเสธ ทงอีจึงวางแผนพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้กับพระมเหสี แต่หลักฐานที่ได้ทั้งหมดกลับเป็นผลร้ายต่อพระมเหสีมากกว่า

ตอนที่ 20
จางฮีเจกลัวว่าแผนการปลงพระชนม์พระพันปีจะถูกเปิดโปงจึงคิดจะกำจัดทงอีทิ้ง ขณะที่กลุ่มขุนนางฝ่ายใต้ได้พยายามกดดันให้มีการปลดพระมเหสีอินฮอนทิ้ง แม้ว่าพระเจ้าซุกจงจะเชื่อใจพระมเหสี แต่ก็วางพระองค์ลำบาก ทงอีกับซอโยงกีพยายามหาทางช่วยเหลือพระมเหสี ทำให้ทงอีตัดสินใจไปหาจางฮีเจตามลำพัง

ตอนที่ 21
พระมเหสีถูกปลดเป็นสามัญชนจึงได้ฝากฝังทงอีให้ช่วยดูแลพระราชาด้วย จางฮีเจเมื่อได้อาศัยบารมีของอ๊กจอง ก็เริ่มไม่เห็นใครอยู่ในสายตา มีแต่ทงอีที่กล้าประกาศสงครามกับเขา อ๊กจองเองก็เริ่มกลัวในตัวทงอี จึงเรียกยูซังกุงให้วางแผนจัดการทงอี

ตอนที่ 22
ทงอียืนยันจะตรวจสอบกองพระคลัง โดยมีจองซังกุงกับฝ่ายตรวจการสนับสนุน จางฮีเจที่เคยยักยอกเงินจากกองพระคลังมาใช้ในคดีให้ร้ายพระมเหสีอินฮอนเห็นทงอีจะเข้าไปตรวจ จึงเกิดร้อนใจ แต่พระราชาซุกจงกลับมีรับสั่งไม่ให้ฝ่ายตรวจการตรวจสอบเรื่องนี้ต่อ ขณะที่พระสนมอ๊ก จองได้ตัดสินใจให้จางฮีเจกำจัดทงอีทิ้งเสียจะได้ไม่เป็นภัยในภายหลัง

ตอนที่ 23
จางฮีเจส่งมือสังหารเข้าวังเพื่อตามฆ่าทงอี ทงอีจึงต้องกำหลักฐานหลบหนีเอาชีวิตรอด แต่ก็ยังถูกอาวุธลับของศัตรู ทางด้านพระเจ้าซุกจงที่ออกไปล่าสัตว์ คิดจะเอาหนังกวางที่ล่าได้มาทำรองเท้าให้ทงอี แต่แล้วเมื่อได้รับรายงานว่าห้องเอกสารกองพระคลังถูกวางเพลิง พระเจ้าซุกจงก็ต้องรู้สึกตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ตอนที่ 24
จางฮีเจส่งมือสังหารเข้าวังเพื่อตามฆ่าทงอี ทงอีจึงต้องกำหลักฐานหลบหนีเอาชีวิตรอด แต่ก็ยังถูกอาวุธลับของศัตรู ทางด้านพระเจ้าซุกจงที่ออกไปล่าสัตว์ คิดจะเอาหนังกวางที่ล่าได้มาทำรองเท้าให้ทงอี แต่แล้วเมื่อได้รับรายงานว่าห้องเอกสารกองพระคลังถูกวางเพลิง พระเจ้าซุกจงก็ต้องรู้สึกตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ตอนที่ 25
จางฮีเจมาปรากฎตัวที่อึยจู ทำให้ชึนวูนเทคได้ปลอมตัวไปเป็นล่ามเพื่อไปสืบหาสาเหตุการมาของจางฮีเจ และเมื่อรู้ว่าจางฮีเจจะนำบันทึกทางการทหารไปมอบให้ต้าชิง ทำให้วูนเทคและทงอีพยายามหาทางขัดขวาง

ตอนที่ 26
ในที่สุดทงอีก็รู้ถึงจุดประสงค์ที่จางฮีเจมายังอึยจู แต่ไม่นานจางฮีเจก็จับทงอีได้ และเมื่อรู้ถึงฐานะของวูนเทคที่ปลอมเป็นล่ามมา ก็มีคำสั่งให้ตามจับชิมวูนเทค ขณะที่อ๊กจองเริ่มรู้สึกกังวลในพระทัยของพระราชา จึงได้ร่วมกับกลุ่มฝ่ายใต้เพื่อวางแผนบางอย่าง

ตอนที่ 27
ในเมืองหลวงมีการแจกจ่ายรูปวาดของทงอี ทำให้ทงอีกับซอลฮีเข้าเมืองยากยิ่งขึ้น พระเจ้าซุกจงที่เป็นห่วงความปลอดภัยของทงอี จึงให้ตราอาญาสิทธิ์กับผู้บัญชาการซอ เพื่อให้ทำงานสะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่มีการจัดงานพิธีเลี้ยงตัวไหม อ๊กจองกลับวางแผนให้มีการวางยาพิษตัวเอง

ตอนที่ 28
ในที่สุดพระมเหสีที่เป็นลมในงานเลี้ยงก็ได้สติกลับมา ศาลไต่สวนจึงทำการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอดีตพระสนม ขณะที่ยูซังกุงก็ได้วางแผนให้ร้ายจนจองซังกุงกับจองอิมต้องถูกศาลไต่สวนจับกุมตัวไป และในที่สุด ชอนซูก้ได้พบกับซอลฮี

ตอนที่ 29
ในที่สุดทงอีกก็ได้พบกับพระเจ้าซุกจง พระเจ้าซุกจงเกรงว่าทงอีกตรากตรำลำบากมานานอาจจะล้มป่วยจึงตามหมอหลวงมาดูอาการ แต่แล้วการที่รู้เรื่องทั้งหมดทำให้พระเจ้าซุกจงเย็นชากับพระมเหสี (อ๊กจอง) จนทำให้นางเริ่มสงสัย จากนั้นพระเจ้า ซุกจงก็นำหลักฐานที่ได้มาจากทงอีมอบให้กับศาลตรวจการ (ศาลที่ตรวจข้าราชการ) และเริ่มต้นตรวจสอบอ๊กจองกับขุนนางกลุ่มฝ่ายใต้

ตอนที่ 30
จางฮีเจถูกองครักษ์จับกุมตัวไปสอบสวนที่ศาลตรวจการ กลุ่มขุนนางฝ่ายใต้จึงเป็นห่วงว่าแผนใส่ร้ายอดีตพระมเหสีจะแดงขึ้นมา ในขณะที่พระเจ้าซุกจงได้เตือนให้อ๊กจองกลับใจเสีย แต่อ๊กจองกลับบอกว่าไม่เคยทำผิดต่อพระราชา

ตอนที่ 31
ในที่สุดทงอีก็ได้เป็นนางในถวายตัว ขึ้นเป็นซังกุงชั้นพิเศษ ทำให้กลุ่มฝ่ายใต้ไม่พอใจเป็นอย่างมาก อ๊กจองจึงได้ไปหาพระเจ้าซุกจงและตกลงแลกเปลี่ยนการยอมให้ทงอีเป็นซังกุงแลกกับการปล่อยตัวพี่ชายของตน ทงอีรู้สึกไม่คุ้นเคยกับการเป็นซังกุงและการมีเรือนที่พักของตน พระเจ้าซุกจงใช้แหวนหยกมาสารภาพรักกับทงอี แต่ทงอีกลับถอดชุดซังกุงแล้วหนีออกจากวังไป

ตอนที่ 32
แทซุกต้องการที่จะขับไล่ทงอีจึงสั่งให้มีการสืบที่มาของนาง ทางด้านอ๊กจองกับจางฮีเจที่ไม่รู้เรื่องบันทึกถึงลูกเป็นของปลอมก็กำลังกังวลกับการรับรองรัชทายาทของทางต้าชิง ซอโยงกีกับชอนซูตัดสินใจที่จะเดินทางไปอึยจูเพื่อหาหลักฐานความผิดครั้งนี้ ขณะที่ในเรือนของทงอีกลับเกิดโรคติดต่อ และระบาดไปถึงตำหนักของว่าที่รัชทายาท จึงมีการปล่อยข่าวว่าทงอีคิดร้ายต่อ รัชทายาท

ตอนที่ 33
กลุ่มฝ่ายใต้เริ่มสงสัยที่หาข้อมูลประวัติของทงอีไม่ได้ ส่วนพระเจ้าซุกจงเองก็เป็นห่วงเรื่องที่พระมเหสีต่อต้านทงอี ขณะที่โรคประหลาดได้ติดต่อไปถึงเอจอง ทงอีพยายามที่จะหาต้นเหตุของโรค และพบว่าในครัวกลับเป็นสถานที่ที่ไม่มีนางในติดโรคนี้

ตอนที่ 34
ถึงแม้จางฮีเจจะมอบบันทึกฉบับปลอมให้กับต้าชิง แต่ทางต้าชิงกับยังให้การรับรองรัชทายาท พระเจ้าซุกจงเห็นชิมวูนเทคกลับมาที่เมืองหลวง จึงได้ขอให้คอยช่วยเหลือทงอี เพื่อที่จะสืบหาประวัติของทงอี อ๊ก จองจึงตัดสินใจเตรียมตั้งทงอีเป็นพระสนม

ตอนที่ 35
ทงอีสารภาพกับซอโยงกีว่าตนเองคือลูกสาวของหัวหน้ากลุ่มคอมเก เมื่อซอโยงกีรู้เรื่องเข้าก็เกิดลังเลว่าควรจะนำเรื่องนี้กราบทูลต่อพระเจ้าซุกจงหรือไม่ ด้านกลุ่มฝ่ายใต้เองก็กำลังสืบหาประวัติของทงอี ขณะที่ทงอีเองก็เตรียมกราบทูลความจริงกับพระเจ้าซุกจง

ตอนที่ 36
เมื่อทูตต้าชิงบีบให้จางฮีเจมอบบันทึกการจัดกองกำลังชายแดนให้ พระมเหสีจางอ๊กจองจึงได้วางแผนให้จัดงานเลี้ยง เพื่อรวมคนของพวกทงอีทั้งหมดให้ไปออกงาน แล้วแอบส่งคนไปค้นหาบันทึกถึงลูก แต่ก็ถูกพวกของทงอีซ้อนแผน

ตอนที่ 37
เมื่อพระเจ้าซุกจงทราบว่าพระมเหสีอ๊กจองเกี่ยวข้องกับแผนการที่สมคบกับต้าชิงทำให้เสียพระทัยมาก จึงมีรับสั่งให้จับตัวจางฮีเจ พระเจ้าซุกจงจึงคิดจะอาศัยโอกาสนี้ปฏิรูปราชสำนัก สุดท้ายเพื่อเอาตัวรอดโฮแทซุกกับกลุ่มฝ่ายใต้จึงตัดสินใจขายพระมเหสี

ตอนที่ 38
พระเจ้าซุกจงมีประกาศให้ปลดพระมเหสีอ๊กจอง แต่ให้คงตำแหน่งพระสนมฮีบิน ในขณะเดียวกันก็คืนตำแหน่งให้กับพระมเหสีอินฮอน เมื่อกลับมาดำรงตำแหน่ง พระมเหสีอินฮอนจึงได้เป็นกำลังสำคัญให้กับทงอี พร้อมกันนั้นทงอีก็ได้ตั้งครรภ์ในวันที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นพระสนมซุกวอน

ตอนที่ 39
ผ่านไปไม่นานทงอีก็ได้คลอดพระโอรสออกมา ทำให้พระเจ้าซุกจงมักไปที่ตำหนักโบคยองของทงอีอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งมีข่าวลือในวังว่าพระโอรสคนใหม่อาจจะมาแย่งตำแหน่งรัชทายาททำให้อ๊กจองและมารดารู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง แต่แล้วจู่ ๆ ก็เกิดเหตุการณ์หัวหน้ากองสวัสดิการณ์ถูกสังหาร และผู้ที่ก่อการกลับเป็นคนที่ทำผ้าโพกหัวสัญลักษณ์กลุ่มคอมเกหล่นเอาไว้

ตอนที่ 40
ทงอีขอเดินทางไปยังเรือนประทับนอกวังที่พระมเหสีอินฮอนได้จัดไว้ แล้วร่วมมือกับชิมวูนเทคไปสืบยังบ่อนที่พวก ต้าชิงชอบไปเล่น เพราะสืบหาความหมายสัญลักษณ์มือที่ผู้ตรวจการณ์จางในอดีตได้ทิ้งไว้ ในขณะเดียวกันกลุ่มชนชั้นสูงก็ยังถูกสังหารอย่างต่อเนื่อง หลายคนคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคอมเก

ตอนที่ 41
การที่ทงอีถูกกลุ่มคอมเกคุกคาม ทำให้ได้พบกับแคดอราเพื่อนในสมัยเด็ก ชอนซูพยายามกล่อมแคดอราไม่ให้ฆ่าคนชั้นสูง แต่แคดอราไม่ยอมรับฟัง อีกด้านหนึ่งจางมูยอลได้นำเรื่องนักโทษฝ่ายใต้ที่ถูกเนรเทศนำทรัพย์สินไปช่วยคนยากจนรายงานต่อ พระเจ้าซุกจง ทำให้พระเจ้าซุกจงคิดว่าควรจะปล่อยตัวหรือไม่

ตอนที่ 42
ทงอีที่ค่อย ๆ สืบรู้ความจริงในคดีคอมเกปีซินยู จนรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังคือโฮแทซุกกับจางอ๊กจอง ในขณะที่จางฮีเจและกลุ่มฝ่ายใต้ได้กลับมายังเมืองหลวง ส่วนจางมูยอลก็จับเบาะแสได้ว่า ทงอีมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มคอมเก

ตอนที่ 43
ทงอีกราบทูลต่อพระเจ้าซุกจงว่าที่แท้ตนคือเชทงอี ไม่ใช่ชอนทงอี และเป็นลูกสาวหัวหน้ากลุ่มคอมเกในอดีต ส่วนเหล่าขุนนางก็มาร่วมกันทูลขอให้ประหารทงอี ในโทษฐานช่วยเหลือหัวหน้ากลุ่มคอมเกปัจจุบัน แต่พระเจ้าซุกจงไม่ยอมให้ทงอีได้รับอันตรายใดๆ

ตอนที่ 44
เจ้าเมืองฮันยางต้องการลงโทษทงอี จึงได้ไปจับตัวคนใกล้ชิดทงอีมา ทำให้ทงอีตัดสินใจไปมอบตัวแล้วสารภาพเรื่องทั้งหมดว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มคอมเก ในขณะเดียวกันพระโอรสของทงอีก็เกิดป่วยขึ้นมา และในที่สุดพระเจ้าซุกจงก็ประกาศ คำตัดสินใจคดีครั้งนี้

ตอนที่ 45
ทงอีออกมาอยู่นอกวัง 7 ปี จนกระทั่งพระโอรสกึมอายุ 6 ปี ในงานเลี้ยงในวัง รัชทายาททรงเป็นลม และหมอนัมที่รักษาบอกกับจางอ๊กจองว่ารัชทายาทไม่สามารถมีผู้สืบสกุลได้ ขณะที่พระมเหสีเริ่มแปลกใจที่อ๊กจองไม่ยอมให้หมอหลวงมาตรวจรัชทายาท ขณะที่กึมได้ติดตามเด็กที่จะได้เข้าวังในงานเลี้ยงพระราชทานให้เด็กชนชั้นต่ำ เพื่อตามหาพระเจ้าซุกจง

ตอนที่ 46
พระเจ้าซุกจงปลอมตัวมาเป็นผู้ช่วยเจ้าเมืองเพื่อเล่นกับกึม ทำให้นึกถึงสมัยที่เคยปลอมตัวปลอกทงอี ขณะที่ท่าทีของ อ๊กจองที่มีต่อรัชทายาท ทำให้พระมเหสีสงสัยว่ารัชทายาทจะต้องมีปัญหาอะไร จึงตัดสินจะประกาศคัดเลือกชายาให้รัชทายาท ด้านแม่ของอ๊กจองเมื่อรู้ว่าพระเจ้าซุกจงแอบไปหาทงอีจึงได้จ้างคนไปวางเพลิง แต่กลับกลายเป็นข้ออ้างให้พระเจ้าซุกจงรับทงอีกับลูกกลับเข้าวัง

ตอนที่ 47
ทงอีกับกึมกลับมายังวังหลวง กึมได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์ชายยอนอิง ส่วนทงอีได้รับการเลื่อนขั้นเป็นพระสนมขั้นที่สองนามซุกอึย เมื่อกึมรู้ความจริงว่าผู้ช่วยเจ้าเมืองก็คือพระบิดา จึงตกใจจึงวิ่งหนีไปหลบซ่อน จนพระเจ้าซุกจงต้องวางแผนหลอกให้ออกมา

ตอนที่ 48
กึมยังพยายามที่จะทำให้คิมกูซอนมาเป็นอาจารย์ของตนให้ได้ สุดท้ายคิมกูซอนก็ยอมเป็นอาจารย์ให้ เพราะยอมรับในคำว่าศึกษาเพื่อช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก พระมเหสีเริ่มวางแผนตามหาหมอผู้ช่วยหมอที่รักษารัชทายาท เพื่อสืบเรื่องของอ๊กจอง แต่สุขภาพกลับย่ำแย่ลงทุกที

ตอนที่ 49
ในที่สุดอาการป่วยของพระมเหสีก็ทรุดจนถึงขั้นไม่ได้สติ หมอหลวงบอกว่าหากฟื้นในสามวันก็อาจมีโอกาสรอด พระเจ้า ซุกจงรู้สึกผิดที่ไม่เคยดูแลพระมเหสีอย่างดี ขณะที่กึมยังต้องการไปหาว่านน้ำมาทำพวงมาลัยอวยพรให้พระมเหสี ก็ไปเจอป้ายกับตุ๊กตาที่ทำคุณไสยใส่พระมเหสี

ตอนที่ 50
พระมเหสีสิ้นพระชนม์ต่อหน้าพระเจ้าซุกจง เหล่าขุนนางจึงกราบทูลขอให้ตั้งอ๊กจองขึ้นเป็นพระมเหสี ขณะที่รัชทายาทกับกึมสนิทสนมกกันขึ้นทุกวัน รัชทายาทต้องการรู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคอะไร จึงแอบไปขโมยตัวยาแล้วมาเปิดตำราดู ด้านทงอีต้องการทำเพื่ออนาคตขององค์ชาย จึงได้ตัดสินใจไปพบกับอ๊กจอง

ตอนที่ 51
ทงอีบอกกับอ๊กจองว่าต้องการให้ลูกได้อิสระไม่ใช่อำนาจ แต่ก็ถูกอ๊กจองปฏิเสธ พระเจ้าซุกจงบอกกับทงอีว่า ถ้าทงอียอมรับ ก็จะถูกแต่งตั้งเป็นพระมเหสี แต่ทงอีก็ยังไม่ตัดสินใจ กึมกับรัชทายาทหนีออกไปเที่ยวเล่นนอกวัง รัชทายาทถูกเข้าใจผิดว่าเป็นขโมยจึงถูกจับ ทำให้ในวังต้องออกตามหา

ตอนที่ 52
อ๊กจองกับฮีเจใส่ความว่าการที่รัชทายาทออกไปจนเดือดร้อน เป็นความผิดของกึม ส่วนกึมเองเพื่อช่วยรัชทายาทจึงไปขอให้จูซิกกับยังดัลมาช่วย เมื่ออ๊กจองและขุนนางพยายามใส่ร้ายกึม รัชทายาทเองก็พยายามจะหาทางช่วยกึมให้ได้

ตอนที่ 53
หลังจากที่รัชทายาทได้บอกความจริงให้พระเจ้าซุกจงทราบว่าไม่สามารถมีทายาทได้ ทำให้พระเจ้าซุกจงเสียพระทัย ขณะที่เรื่องที่นายหญิงยูนเคย จ้างคนวางเพลิงบ้านพักทงอี และกำลังวางแผนจะหนี แต่ก็ถูกจับตัวได้ก่อน จางอ๊กจองจึงวางแผนที่จะฆ่าทงอีกับลูกอีกครั้ง

ตอนที่ 54
ทงอีเข้าช่วยลูก ทำให้ถูกฟันและหมดสติไป เมื่อพระเจ้าซุกจงได้ยินก็รีบมาหาและสั่งให้จับตัวคนร้ายเพื่อหาตัวบงการให้ได้ สุดท้ายจางฮีเจและอ๊กจองก็ถูกจับกุม

ตอนที่ 55
พระเจ้าซุกจงมีรับสั่งให้ประหารพระสนมฮีบินด้วยการกินยาพิษ คำขอร้องสุดท้ายของอ๊กจอง คือขอให้ทงอีช่วยคุ้มครองชีวิตของรัชทายาท การตายของอ๊กจองทำให้รัชทายาทเสียใจมาก ส่วนพระเจ้าซุกจงก็ทำตามความต้องการของทงอี คือคัดเลือกพระมเหสีคนใหม่ พระมเหสีอินวอน

ตอนที่ 56
เพื่อลบล้างข่าวลือในวังหลวง พระมเหสีอินวอนตัดสินใจให้องค์ชายยอนอินรีบอภิเษก ซึ่งตามกฎหลังอภิเษกแล้งต้องไปอยู่นอกวัง แต่เพื่อปกป้องกึม จึงขอให้ตนเองเป็นผู้คัดเลือกพระชายาให้ลูก

ตอนที่ 57
พระเจ้าซุกจงที่กำลังกลัดกลุ้มกับปัญหาของรัชทายาทกับองค์ชายยอนอิง ได้ยกเลิกราชกิจทั้งหมด หลังจากตรึกตรองอยู่นาน ก็ได้เรียกประชุมเหล่าขุนนางที่ท้องพระโรง ประกาศว่าคนที่จะมาครองราชย์ต่อจากพระองค์คือรัชทายาทองค์นี้เท่านั้น อีกทั้งยังประกาศจะให้พระสนมซุกบินออกจากวัง

ตอนที่ 58
ชอนซูพยายามรวบรวมกองกำลัง เพื่อป้องกันทงอีจากแผนชั่วของมูยอล ขณะที่พระมเหสีอินวอนได้มาพบทงอี เพื่อถามว่าทงอีมีเจตนาอันใดแอบแฝง ขณะที่มูยอลก็รีบไปหาพระมเหสีเพื่อขอให้จัดการสั่งให้ทงอีออกจากวังในทันที โดยวางแผนชั่วร้ายซ้อนเอาไว้

ตอนที่ 59
เมื่อจางมูยอลถูกจับกุม ขุนนางที่ร่วมก่อการจึงคิดจะทำลายหลักฐานแต่ถูกพระเจ้าซุกจงกับซอโยงกีจับได้ สุดท้ายจึงถูกลงโทษประหารชีวิต ด้านพระเจ้าซุกจงก็ยังคิดจะสละราชบัลลังก์ แต่พระมเหสีอินวอนได้คิดวิธีรับองค์ชายยอนอิงเป็นลูกบุญธรรม เพื่อให้พระเจ้าซุกจงไม่ต้องทิ้งราชสมบัติ

ตอนที่ 60
แม้พระเจ้าซุกจงจะคัดค้านการออกไปอยู่นอกวังของทงอี แต่สุดท้ายก็ไม่อาจขัดความตั้งใจนี้ได้ ในวันเดินทางรัชทายาทได้มาบอกว่าจะช่วยดูแลองค์ชายยอนอิงให้เอง และเมื่อทงอีออกมา ก็ได้ช่วยเหลือชาวบ้านทั้งหลายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

จ่าเฉย




จ่าเฉย เป็นชื่อเรียกบรรดาหุ่นตำรวจจราจรในกรุงเทพมหานคร ราชอาณาจักรไทย
ที่มาของจ่าเฉยนั้น ใน พ.ศ. 2550 โรงพยาบาลวิภาวดีซึ่งเห็นถึงความลำบากตรากตรำของตำรวจจราจร มีความประสงค์แบ่งเบาภารกิจ ได้ร่วมกับภาคเอกชนต่าง ๆ ลงขันกันจัดสร้างหุ่นจำลองตำรวจจราจรขึ้น เพื่อมอบให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลนำไปประจำไว้ยังจุดต่าง ๆ ตามถนนหนทางในเขตอำนาจของตำรวจนครบาล สำหรับป้องปรามผู้ขับขี่รถไม่ให้กระทำผิด และเพื่อลดอุบัติเหตุ โดยการจัดสร้างจ่าเฉยหนึ่งตัวเป็นราคาสองหมื่นบาทเศษ
รูปลักษณ์ของจ่าเฉย มีทั้งที่จัดสร้างขึ้นเพียงครึ่งตัว และเต็มตัวเท่าคนจริง แบบเต็มตัวนั้นมีความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ทุกตัวเป็นชายหนุ่มสวมเครื่องแบบตำรวจจราจร โดยมีทั้งที่อยู่ในท่าวันทยหัตถ์อย่างตำรวจ มีใบหน้ายิ้มแย้ม และท่ายืนตรง มีใบหน้าเคร่งขรึม
หลังจากปฏิบัติหน้าที่ได้เพียงสองปี เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552 พลตำรวจโทสัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลคนใหม่ แถลงข่าวว่า จากการประชุมกองตำรวจนครบาลเมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมาว่า ณ ห้องประชุมกองบัญชาการตำรวจนครบาล 5 ได้สั่งการให้สถานีตำรวจนครบาลทุกแห่งเก็บจ่าเฉยคืนจากจุดที่ตั้งไว้ มิให้ตั้งอีกต่อไป ภายในวันที่ 20 ธันวาคม ปีเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่า
"...มีประชาชนเขียนจดหมายมาว่า เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปฏิบัติหน้าที่ และชอบแอบอยู่หลังเสาไฟฟ้า เพราะมีหุ่นตำรวจยืนอยู่แล้ว ซึ่งเห็นว่าไม่เหมาะสม จึงสั่งการให้นำหุ่นที่มีรูปตำรวจออกให้หมด และอีกอย่างหลังจากมีหุ่นตำรวจมาพักใหญ่ ทำให้ประชาชนเริ่มคุ้นเคยและทำผิดกฎจราจรบ่อย ๆ ทั้งเป็นที่ขบขันกับผู้ที่พบเห็น ซึ่งการจัดเก็บนั้นทราบว่าดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดยให้เจ้าหน้าที่ยืนปฏิบัติหน้าที่แทน ส่วนป้อมตามแยกนั้นให้ลอกฟิล์มดำออกให้หมดเช่นกัน เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มักจะแอบหลับและกินเหล้ากันเป็นประจำ
...คงจะไม่ใช่การปลดฟ้าผ่า คงจะเป็นการเอาไปเก็บไว้ชั่วคราวไว้ก่อน จากการที่มีคนเขียนจดหมายเข้ามาว่า จ่าเฉยยืนอยู่ จ่าจริงไม่มา ใหม่ ๆ ก็อาจเป็นไปได้ว่า หุ่นยืนอยู่ คนผ่านไปมาอาจจะตกใจ แต่หลังจากนาน ๆ เข้า คนเริ่มคุ้นว่าจ่าเฉยยืนอยู่ จ่าจริงก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่"
การเรียกเก็บจ่าเฉยในครั้งนี้ถือเป็นการปลดระวางจ่าเฉย ซึ่งมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เช่น ในชุมชนออนไลน์พันทิป มีการตั้งกระทู้พูดคุยเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและไว้อาลัยให้แก่การถูกปลดของจ่าเฉย และมีผู้เขียนบทความในเว็บบล็อกโอเคเนชั่น ความตอนหนึ่งว่า "งานนี้ 'จ่าเฉย' เลยต้องตกเป็น 'แพะ' ไปโดยปริยาย เพราะตำรวจจริง ๆไม่ยอมทำงาน มัวแต่นั่งตากแอร์ อยู่ในตู้ยาม 'จ่าเฉย' ไม่มีแม้แต่จะแก้ตัวอธิบายให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แม้ถูกหามเข้ากรุก็ยังนิ่งเฉยเหมือนเดิม"
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลที่มาจากเว็บวิกิพีเดียประเทศไทย
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A2

แนะนำร้านสินค้าไอที มือสองราคาถูกและดีที่นี้ที่เดียว